Latest Entries »

หน้าร้อนมาแล้ว…แอร์ในรถคุณ เย็นดีอยู่หรือเปล่า? (Lisa)

ถึงแม้แอร์ไม่ทำงาน รถก็สามารถขับเคลื่อนได้ แต่ร้อน ๆ อย่างนี้ก็อาจกลายเป็นไก่ย่างในตู้อบกันได้ง่าย ๆ นะ ลองมาสังเกตอาการเบื้องต้นของระบบปรับอากาศในรถยนต์ เพื่อที่จะแก้ไขได้ทันที ก่อนที่แอร์จะไม่เย็นกันดีกว่า

ปริมาณ ความเย็นที่ออกมาจากช่องแอร์เหมือนเดิมหรือเปล่า

เมื่อเปิดความเย็นเท่าเดิมและแรงลมเท่าเดิม แต่ก็มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง  เช่น อยู่ ๆ แรงดันแอร์ลดลง เป็นไปได้ว่าตู้แอร์เป็นน้ำแข็งเนื่องจากตัวควบคุมอุณหภูมิไม่ตัดการทำงาน  ขณะที่ความเย็นถึงระดับที่กำหนด ดังนั้น ถ้าเป็นเช่นนี้ให้ลดปริมาณความเย็นลงหรือปิดแอร์ชั่วคราวเป็นการแก้ไขเบื้อง ต้นได้ หลังจากนั้น ก็นำรถเข้าอู่ซ่อมต่อไป

ความ ร้อนเครื่องยนต์ขึ้นสูง

หากเครื่องยนต์มีความร้อนเพิ่มมากขึ้น  ไม่ว่ามาจากชิ้นส่วนใดก็ตาม เช่น หม้อน้ำอุดตัน พัดลมระบายความร้อนไม่ทำงานหรือทำงานผิดปกติ เพราะระบบปรับอากาศจะมีการควบแน่นด้อยลง คือการระบายความร้อนที่รังผึ้งหม้อน้ำ และแผงคอนเดนเซอร์แอร์ไม่ดี เลยทำให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นได้ ดังนั้น ควรสังเกตมาตรวัดควบคู่กันไปก็จะได้ประโยชน์หลายด้าน

เปิดระบบปรับอากาศ แล้วมีเสียงดังบริเวณตู้แอร์หรือโบลเวอร์

เสียงดังกล่าวอาจแสดงว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งติดอยู่บริเวณนั้น ซึ่งหากติดอยู่บริเวณโบลเวอร์ ก็ยังสามารถเอาออกหรือทำความสะอาดได้โดยง่าย แต่ถ้าหลุดเข้าไปถึงตู้แอร์ก็คงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะนอกจากจะเข้าไปอุดตันแล้ว ยังสามารถทำให้เกิดเชื้อโรคได้ง่ายไหนจะทำให้แอร์ไม่เย็นอีก ดังนั้น เหตุการณ์ลักษณะนี้ต้องเริ่มต้นจากผู้ขับขี่ เช่น ไม่เปิดช่องทางให้อากาศภายนอกเข้า เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่ามีอะไรอยู่ตรงหน้าต่างแอร์บ้าง ไม่นำวัสดุที่สามารถถูกโบลเวอร์แอร์ดูดได้ไปไว้บริเวณนั้น เป็นต้น


คาร์ลอส สลิม


บิล เกตส์

คาร์ลอส สลิม ครองตำแหน่งบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลก (สำนักข่าวไทย)

นิตยสารฟอร์บส์ รายงาน นายคาร์ลอส สลิม เจ้าของธุรกิจโทรคมนาคม อภิมหาเศรษฐีชาวเม็กซิกันและครอบครัว ขึ้นครองตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก แทนที่ นายบิล เกตส์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันผู้ก่อตั้ง บริษัท ไมโครซอฟต์ หลังจากที่นายสลิม มีทรัพย์สินสุทธิ 53,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (1.76 ล้านล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นถึง 50 % เมื่อปีที่แล้ว

ส่วนมหาเศรษฐีชาว เอเชียที่ติดอันดับบุคคลร่ำรวยที่สุด 5 อันดับแรกของโลก เป็นชาวอินเดีย 2 คน คือ นายมูเกช อัมบานี เจ้าของธุรกิจปิโตรเคมี น้ำมันและก๊าซ มีทรัพย์สินสุทธิ  29,000 ล้านดอลลาร์ ครองอันดับ 4 ของโลก และ ลักษมี มิตตัล เจ้าของธุรกิจเหล็กกล้า มีทรัพย์สินสุทธิ 28,700 ล้านดอลลาร์ รั้งอันดับ 5 ของโลก


มูเกช อัมบานี


ลักษมี มิตตัล

Holly WooD

มีโอกาสไปได้ US มาครับ พอดีมีภาระกิจต้องไปทำงานที่นั้น


แล้วก็เลยได้ไปเที่ยวต่อที่ LA ด้วยความที่มีเพื่อนอยู่ที่นั้น มีคนนำเที่ยวเลยสบายหน่อย
ยังไงก็ขอบคุณ เพื่อนก้อง มากนะครับสำหรับ Trip นี้เดือนหน้าจะไปรบกวนอีกนะ อิอิ
มีรูปมานิดเดียวนะครับ เพราะไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน ไป Shopping ซะเยอะกว่า 55

เชิญชมได้ครับผม

เคล็ดลับ ..เลือกของว่างให้ดีต่อสุขภาพ

ทำ งานจนหัวหมุนก็ต้องเติมพลังงานกันบ้าง แต่ร่างกายคนเราก็เหมือนกับรถ ถ้าเติมน้ำมันผิดประเภท เครื่องยนต์ก็จะใช้การไม่ได้ ดังนั้น เราจึงต้องเลือกให้ดีว่าจะเติมน้ำมันชีวิตอย่างไรค่ะ!


1.ของว่างกับของหวานต่างกันนะ

ของว่างควรจะมาพร้อมกับคุณค่าทางโภชนาการหลากหลาย ทำให้รู้สึกหนักท้องและให้พลังงาน เพื่อที่ว่าคุณจะได้ไม่ง่วงเหงาหาวนอนในช่วงบ่าย ส่วนของหวานก็คือของหวาน (เช่น โอรีโอ ช็อกโกแลต มันฝรั่งทอด ฯลฯ) ของเหล่านี้มักจะทำให้คุณมีความสุข อย่าตัดมันออกไปทั้งหมด เก็บไว้กินในโอกาสพิเศษหรือกำหนดไปเลยว่า “ฉันจะกินของหวานเฉพาะวันศุกร์เท่านั้น”

2.พอแล้วกับกาเฟอีน

หากรู้ตัวว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดกาเฟอีน จนถึงขนาดถ้าไม่ได้ดื่มแล้วจะปวดศีรษะ คุณสามารถค่อย ๆ เลิกได้ด้วยการบันทึกว่าคุณกินอะไรเข้าไปบ้างในช่วง 2-3 วัน ดูว่ากาเฟอีนมาจากไหน (ชา กาแฟ และน้ำอัดลม มักจะเป็นสาเหตุสำคัญ) และทุก 2-3 วันให้ลดปริมาณลง 10% ซึ่งถ้าคุณดื่มกาแฟมากกว่า 1 แก้วต่อวัน ให้ลองสลับกาแฟปกติกับดีแคฟและค่อย ๆ ลดปริมาณกาแฟปกติ

3.ไม่ใช่ข้าวกลางวัน…แทนกันไม่ได้

ชาวออฟฟิศทั้งหลายต้องเข้าใจว่าของว่างไม่ใช่ตัวแทนมื้อหลัก ถ้าไม่อยากซื้อมาเก็บไว้ให้เปลืองเงินก็ลองทำข้าวเย็นเยอะ ๆ แล้วแบ่งเก็บไว้กินในวันพรุ่งนี้ เพื่อที่คุณจะได้แน่ใจว่า มื้อกลางวันของคุณมีคุณค่าทางโภชนาการ และอิ่มท้องพอที่คุณจะไม่หยิบของจุกจิกมากินต่อ

4.เลือกอาหารเคี้ยวเพลิน

เราไม่ได้หมายถึงมันฝรั่งทอด หรือเกี๊ยวกรอบ แต่เราพูดถึงของมีประโยชน์อย่าง แอปเปิ้ล แหล่งไฟเบอร์ชั้นดีซึ่งมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอล สาลี่ ซึ่งอุดมด้วยวิตามินอี แคลเซียมและน้ำตาล ไม่มีไขมัน แก้ร้อนใน และท้องผูกได้ แถมยังช่วยขับลมในกระเพาะ ชมพู่ มีวิตามินซี เอ ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมอยู่มาก ดับกระหายดีนัก ฯลฯ

นอกจากนี้ ตามตลาดนัดมักจะมีถั่วลิสงมาเร่ขาย ลองซื้อมากินเล่นจะพบว่าได้โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตมากมาย…

5.อย่ากินซีเรียลที่เปลี่ยนสีผมได้

ของว่างชนิดนี้ดูไม่มีพิษภัย เพราะข้างกล่องมักจะมีรายการสารอาหารยาวเหยียด แต่ซีเรียล ที่ทำให้สีผมเปลี่ยนไปจะผ่านกระบวนการมานับไม่ถ้วน เต็มไปด้วยคาร์โบไฮเดรตแปรรูปและสารเคมีปรุงแต่งมากมาย

6.บอกลาส่วนผสมมากมายและที่ไม่รู้จัก

หากพลิกดูฉลากบรรจุภัณฑ์แล้วพบส่วนผสมมากมาย หรือมีแต่ส่วนผสมที่คุณไม่เคยได้ยินชื่อ เช่น Ethoxylated Diglycerides, Xanthan Gum, Calcium Propionate ฯลฯ (อะไรกันเนี่ย!) เก็บกลับไปที่ชั้นเถอะ สารเคมีเหล่านี้ได้รับการผลิตมา เพื่อให้อาหารมีอายุนานขึ้น ดูสดใหม่อยู่ตลอดเวลา และดูน่ากินกว่าความเป็นจริงอีกด้วย อนึ่ง สารเคมีหลายชนิด อาจไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่มีหลายชนิดที่เราพึ่งเริ่มกินไม่นานมานี้ หลีกเลี่ยงเสียจะดีกว่านะคะ

7.กินแต่ของที่เน่าได้

ยิ่งอาหารที่กินนั้นผ่านกระบวนการมามากเท่าใด มันก็มักจะมีอายุขัยนาแต่คุณค่าต่ำมากเท่านั้น ซึ่งอาหารที่แท้จริงนั้น “มีชีวิต” สักวันหนึ่งมันก็ต้องเน่าเสียไป (ยกเว้นน้ำผึ้ง ถ้าหากเก็บให้มิดชิด พ้นจากแสงแดดและความร้อน อาจอยู่ได้เป็นศตวรรษเลยทีเดียว)

8.เลือกของที่ผ่านการย่อยมาแล้ว

อาหารเหล่านี้จะย่อยง่าย เช่น โยเกิร์ต ซึ่งผ่านการย่อยจากจุลินทรีย์ต่าง ๆ มาแล้ว ช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่มีประโยชน์ภายในลำไส้ หรือน้ำผึ้ง ยาขนานเอกที่มีสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะวิตามินเอ บี2 บี6 ซี อี ดี เค โปรตีน เกลือแร่ น้ำตาลกลูโคส ฟรักดตส และซูโครส ราดลงบนขนมปัง โฮลวีต แล้วจะรู้ว่า “หวานเป็นยา” เหมือนกันนะ

9.นาน ๆ ครั้งก็แหกกฎบ้าง

หากยึดถือกฎเรื่องอาหารมากเกินไป คุณจะไม่มีความสุข (ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพได้) ในโอกาสพิเศษ คุณก็ต้องอยากจะโยน “ระเบียบวิธีในการกินให้มีสุขภาพดี” ทิ้งไป ไม่เป็นไรค่ะ เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่การกินอาหารในโอกาสพิเศษ แต่เป็นเรื่องของชีวิตประจำวันต่างหาก ถ้าเราไม่เดินทางสายกลางก็อาจจะตกไหล่ทางได้นะ

กินเยอะยังไง…ไม่ให้อ้วน



หลายคนกลัวการกิน เพราะคิดกันว่าการกินอาหารในปริมาณมากๆ นั้นจะทำให้อ้วน
ความจริงแล้วนั่นก็เป็นจริงแค่บางส่วน เพราะหากเราดูแลและควบคุมเรื่องของสิ่งที่จะกินเข้าไปได้
เรื่องของความอ้วนและส่วนเกินก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ต้องมานั่งกังวลกันทีหลัง

กินเยอะยังไง…ไม่ให้อ้วน
1.กินแล้วไม่อ้วนข้อที่หนึ่งคือ กินเยอะเท่าไหร่ก็ได้ แต่ต้องเท่าหรือไม่มากไปกว่าปริมาณพลังงาน
ที่ต้องใช้ในแต่ละวัน เพราะถ้าน้อยเกินไปก็จะเป็นการขาดสารอาหารและพลังงาน หรือถ้ามากเกินไป
ก็กลายเป็นของสะสมที่มีส่วนทำให้อ้วนได้
2.เลือกกินของที่มีไขมันไม่มากเกินไป หรือหลีกเลี่ยงการกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต แป้ง
น้ำตาล เมินผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ในมื้อค่ำไปได้เลย ในมื้ออื่นๆ เลือกกินได้แต่จำไว้ว่าต้องเลี่ยง พวกที่มีชีส
มีเนยเยอะๆ อย่างจำพวก เค้ก พาย คุ้กกี้ โดนัท ฯลฯ เอาไว้บ้าง
3.กินผัก ผลไม้ ในเวลาว่างที่หิว แต่ก็ไม่ใช่ว่าผลไม้ทุกชนิดจะกินแล้วผอมนะ อย่างคนที่กำลังไดเอท
แล้วไม่ค่อยจะกินอะไร ก็ควรเลี่ยงสัปปะรด เพราะการกินสัปปะรดในขณะที่ท้องว่างต่อกันนานๆ
อาจมีผลทำให้กระเพาะเป็นแผลได้ ส่วนผลไม้อย่างพวกลำไย ทุเรียน ละมุด มะม่วง ลูกพลับ แคนตาลูป ฯลฯ
เพราะหวานมากเกินไป หันมากินแอปเปิ้ล ฝรั่ง มะละกอ ส้ม แก้วมังกร ฯลฯ จะดีกว่า
4.และท้ายสุดสำหรับเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ก็คือ หันมาใส่ใจกับอาหารเช้าให้มากขึ้น เพราะอาหารเช้ามี
ความสำคัญมาก ในการดำเนินชีวิตประจำวัน หันมาลดอาหารเย็น ย้ำว่าลด ไม่งด ลดจากอาหารมื้อโตๆ
หนักๆ มาเป็นผลไม้ อย่างแอปเปิ้ล หรือกล้วยกับนมพร่องมันเนยสักแก้ว หรือนมถั่วเหลืองสักแก้ว
ส่วนใครที่ไม่ชอบดื่มนมจะลองเปลี่ยนเป็น ผลไม้หรือผักปั่นไม่ทิ้งกาก ไม่ใส่น้ำตาล ดื่มแทนอาหารมื้อเย็น
ไปเลยก็ดีค่ะ

นอกจากวิธีที่ได้กล่าวมาทั้งหมด เชื่อว่าหลายคนอาจยังมีวิธีอื่นๆ ก็ลองนำมาปฏิบัติกัน อย่างไรก็ตาม
การกินที่พอดีกับความต้องการของร่างกาย และกินให้ครบ 5 หมู่ ตามด้วยการออกกำลังกายที่เหมาะสม
ก็ทำให้ร่างกายเรามีสมดุลที่ดีได้ไม่ยาก

แพ้อากาศอ่านทางนี้..
คนที่เป็นภูมิแพ้ โดยเฉพาะการแพ้อากาศ สามารถรักษาและดูแลตัวเองอย่างง่ายๆ
ได้ไม่ยาก ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญควร
กินผักผลไม้สดให้มากๆ เพื่อให้ได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่ช่วยลดการแพ้อากาศ แค่นี้คุณก็มีสุขภาพดี
ได้แบบไม่ต้องเปลืองเงินเปลืองทองเลย
วิตามินและเกลือแร่ที่ช่วยลดการแพ้อากาศ ได้แก่
วิตามินซี ในฝรั่ง ส้ม และสับปะรด ช่วยป้องกันและเสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือด ป้องกัน
หวัดและการแพ้อากาศได้ วิตามินอี ในธัญพืช จำพวก ข้าวกล้อง และรำข้าว ช่วยสร้างภูมิคุ้นกัน
ต้านอนุมูลอิสระ และเสริมสร้างเซลล์ผิวให้แข็งแรง
วิตามินเอ ในผักบุ้ง คะน้า ตำลึง แครอท มะเขือเทศ ฟักทอง มะละกอ และน้ำมันตับปลา
ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมสร้างการทำงานของเซลล์เม็ดเลือด
สังกะสี (Zinc) ในอาหารทะเล ธัญพืช และผลิตภัณฑ์นม ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
ให้กับร่างกาย และป้องกันอนุมูลอิสระ
ซิลิเนียม (Selenium) ในเนื้อสัตว์ ธัญพืช จมูกข้าว รำข้าว เห็ด และกะหล่ำปลี
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

ออกกำลังกาย

5 ท่ากระชับอกสวย (Slim up)

อกคือเรื่องอันยิ่งใหญ่ของหญิง สาว การมีทรวงอกกระชับ ไม่หย่อนยาน ล้วนเป็นความต้องการของหญิงสาว เพื่อบุคลิกและทรวดทรงที่ดี Slim by Yourself ได้นำท่าบริหารทรวงอกง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง

ท่าที่ 1 ยืนเหยียดแขน

ยืนตรง แยกเท้าพอประมาณ มือทั้ง 2 ข้างประสานกันเหยียดแขนไปข้างหน้าให้ขนานกับพื้น แขนตึง หน้ามองตรง

ค่อย ๆ เหยียดแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นเหนือศีรษะไปทางด้านหลัง ค้างไว้ ตามองตามมือ

กลับสู่ท่าเริ่มต้น และควรทำท่านี้อย่างน้อย 3-5 เซต


ท่าที่ 2 ยืดแขน-แอ่น

ยืนตรง แยกเท้าพอประมาณ มือทั้ง 2 ข้างประสานกันไว้ข้างหลัง ลำตัวยืดตรง

ค่อย ๆ เอนตัวไปด้านหลังพร้อมกับแอ่นตัวโดยมือทั้ง 2 ข้างยังคงประสานกันไว้ข้างหลัง ค้างจังหวะไว้

กลับสู่ท่าเริ่มต้น และควรทำท่านี้อย่างน้อย 3-5 เซต


ท่าที่ 3 ตึงศอก-กางแขน

ยืนตรง แยกเท้าพอประมาณ งอแขนและกางศอกระดับไหล่

ค่อย ๆ เหวี่ยงแขนทั้ง 2 ข้างออกด้านข้าง พร้อมกับแอ่นตัวออกไปด้านหน้าเล็กน้อย หรืออาจก้าวเท้าข้างใดข้างหนึ่งไปทางด้านหน้าในขณะเหวี่ยงแขนก็ได้

กลับสู่ท่าเริ่มต้น และควรทำท่านี้อย่างน้อย 3-5 เซต


ท่าที่ 4 ดึงศอกซ้าย-ขวา

ยืนตรง แยกเท้าพอประมาณ ชูแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นเหนือศีรษะ หันฝ่ามือเข้าหากัน

ค่อย ๆ ดึงศอกข้างขวาลงมาให้ต่ำกว่าระดับไหล่เล็กน้อย

กลับสู่ท่าเริ่มต้น และเปลี่ยนจากดึงศอกข้างขวา เป็นดึงศอกข้างซ้านแทน

ทำสลับกันประมาณ 3-5 เซต


ท่าที่ 5 ก้มตัว-ดึงศอก

ยืนแยกเท้าพอประมาณ กัมตัวขนานกับพื้น แขนทั้ง 2 ข้างเหยียดตรง ปลายมือชี้ลงพื้น

ค่อย ๆ ดึงศอกทั้ง 2 ข้างขึ้นไปทางด้านหลัง ค้างจังหวะไว้

กลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำท่านี้ประมาณ 3-5 เซต


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

งานเปิดตัว “ทองหล่อคลินิกเวชกรรม” อ.อเนกวานิช ซ.ทองหล่อ




สาว ๆ ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเดย์ครีม หรือครีมกันแดดกันมาก เพราะไม่อยากเสี่ยงกับภัยที่เกิดจากแสงแดด (กลัวดำนั่นเอง) แต่หารู้ไม่ว่า ไนท์ครีม เปรียบได้กับองครักษ์พิทักษ์ผิวในยามค่ำคืน ที่คอยระแวดระวังผิวของคุณ

ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ผู้ผลิตทั้งรายใหญ่ รายย่อย พากันออกผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ทั้งกลางวันกลางคืนออกมากมายหลายแบรนด์มาให้คุณสาว ๆ ได้เลือกใช้กันตามความแข็งแรงของกระเป๋าสตางค์ แต่คุณสาว ๆ จะรู้สึกกันบ้างมั๊ย เมื่อคุณใช้ทั้งเดย์ครีม และ ไนท์ครีม ผลมันแต่ต่างกันอย่างไร? แต่จากการสำรวจพบว่า สาว ๆ ส่วนใหญ่จะรู้สึกดีหลังจากใช้ไนท์ครีม เพราะอะไรน่ะหรือ?

ปกติแล้วในเวลากลางคืนนอกจากเราร่างกาย และระบบต่าง ๆ ของเราจะได้ผักผ่อนแล้ว ผิวเราก็ต้องพักผ่อนในเวลาค่ำคืนเหมือนกัน จะเห็นได้ว่าทำไมเหล่าบรรดานักท่องราตีถึงได้ดูแก่กว่าเวลาอันสมควร นอกจากผิวจะพักผ่อนในเวลากลางคืนแล้ว ผิวยังซ่อมแซมผิวที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชนในมาตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมเป็นพิษต่าง ๆ และแสงแดดที่ดูเหมือนว่าจัดจ้านขึ้นทุกวัน ส่วนเวลาที่ผิวของเริ่มซ่อมแซมผิวจากสิ่งเหล่านั้นก็จะอยู่ในช่วงเที่ยงคืน ถึงตีหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงที่ผิวหน้าผลิตเซลล์เนื้อเยื่อได้มากถึง 2 เท่า และการใช้ไนท์ครีมก็จะเพิ่มความสดใสให้กับผิวมากยิ่งขึ้น เพราะส่วนผสมต่าง ๆ ที่อยู่ในไนท์ครีมจะซึมซาบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งถ้าสาว ๆ ขี้ร้อนแล้วนอนในห้องแอร์ ผิวก็ยิ่งเสียความชุ่มชื้นไปกับการระเหยออกเร็วมากขึ้น ฉะนั้นการใช้ไนท์ครีมจึงเป็นการช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวได้ยิ่งขึ้น

ส่วนผสมอะไรในไนท์ครีมที่ ควรมองหา

– น้ำบริสุทธิ์ (Purified Water)
ด้วยอัตราส่วนของผิวในชั้นต่าง ๆ มีน้ำเป็นส่วนประกอบเกิน 60% ทำให้ผู้ผลิตบางรายใช้น้ำเป็นตัวเอกของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกลางคืนของตน ซึ่งการที่ชั้นผิวเก็บกักน้ำได้ดีผลที่ได้ก็คือคุณจะพบว่าผิวของคุณอวบอิ่ม เมื่อตื่นมาในตอนเช้า

– น้ำแร่ (Mineral Water)
นอกจากน้ำบริสุทธิ์แล้ว น้ำแร่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่กำลังนิยมของสาวทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติของน้ำแร่ที่ช่วยปลอบประโลมผิวที่สูญเสียความชุ่มชื่น และยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อผิวหนังอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แมกนีเซียม โปแตสเซียม โซเดียม สังกะสี และอื่น ๆ อีกมากมาย

– น้ำมัน (Oli)
น้ำมันมีหลายชนิดที่นิยมใช้เป็นส่วนผสมของครีมบำรุงผิว มีคุณสมบัติที่ช่วยให้ผิวนุ่มนวล ไร้ริ้วรอย เหี่ยวย่น จะสังเกตเห็นได้ว่าน้ำมันเป็นส่วนประกอบหลักของไนท์ครีม และผิวหนังสามารถดูดซึมน้ำมันได้ดีในเวลากลางคืน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรใช้ไนท์ครีมที่มีเนื้อหนัก หรือมีส่วนผสมของออยล์ในเวลากลางคืน น้ำมันที่ได้รับความนิยมที่ใช้เป็นส่วนผสม เช่น น้ำมันที่สกัดจากพืช เช่น ดอกพริมโรส, ดอกคาร์เนชั่น, แม็คคาเดเมีย นัท, ลาเวนเดอร์, โรสแมรี่, กุหลาบ, มะกอก เป็นต้น

-วิตามิน (Vitamins)
ส่วนผสมจำพวกวิตามินที่จำเป็นต่อผิวหนัง ซึ่งเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่
วิตามินเอ แก้ไขปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้าหรือรอยย่นของวัย กระตุ้นการสร้างคอลลาเลน ทำให้โครงสร้างของผิวมีความยืนหยุ่นดีขึ้น
วิตามินบี 3 สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่าย ที่ไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่าง AHA เพราะในวิตามินบี 3 มีความเป็นกรดต่ำทำให้ระคายเคืองต่อผิวได้น้อยกว่า
วิตามิน ซี ช่วยให้ผิวพรรณที่มีปัญหาจากแสงแดด เช่น กระ ฝ้า และ ริ้วรอย เพราะวิตามินซี ทำหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาผิวดังกล่าว
วิตามินบี 5 หรือวิตามินอี สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง หรือผิวหยาบกร้าน วิตามินทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้เป็นอย่างดี และโดยวิตามินอี ยังมีคุณสมบัติต่อต่ออนมูลอิสระได้อีกด้วย
วิตามินเค ลดรอยหมองคล้ำใต้ตา ซึ่งไม่จำเป็นต้องอดนอนเท่านั้นที่จะต้องใต้ตาดำ แต่อาการของโรคบางโรคเช่น ภูมิแพ้ หรือการสูบหรี่, การขยี้ตาก็เป็นสาเหตุ และใครจะรู้ว่าใต้ตาคล้ำก็เกิดจากพันธุกรรมเช่นกัน ซึ่งวิตามินเค จะช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น จึงทำให้สีผิวบริเวณใต้ค่อย ๆ จางลงได้

ก่อนนอนคืนนี้อย่าลืมปรนนิบัติผิวของเราด้วยการใช้ไนท์ครีมนะคะ

1 – Tiger\\”s Nest Monastery, Phutan

image

ถือเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุด ของภูฐาน ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 700 เมตร
จากพื้นล่างในหุบเขาปาโร และด้วยระดับความสูง 3,120 เมตร
จากระดับน้ำทะเล ฉายาว่า “รังเสือ” ของวัดนี้ ได้มาจากตำนานเก่า
ที่เล่าว่า พระรินโปเช (Padmasambhava – Guru Rinpoche)
ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่นิกายมหายานในภูฐาน ได้เหาะมาที่นี่บนหลังเสือ
และได้เข้าไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่ในถ้ำ เป็นเวลาถึง 3 เดือน
หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2227 จึงเริ่มมีการสร้างวัดขึ้น

2 – Wat Rong Khun in Chiang Rai
|
image

วัด ร่องขุ่น (Wat Rong Khun) ออกแบบและก่อสร้างโดย
อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งปรารถนาจะสร้างวัด
ให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2540
จากเดิมมีเนื้อที่ 3 ไร่ ได้ซื้อที่ดินเพิ่มและมีผู้บริจาคคือ
คุณวันชัย วิชญชาคร จนปัจจุบันมีเนื้อที่ 9 ไร่

3 – Prambanan : Hindu temple, Indonesia

image

วัดฮินดูพรัมบานัน : Prambanan Temple
พรัมบานันเป็นวัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซียหรือจะเรียกว่า
ใหญ่ที่สุดในเอเซียอาคเนย์เลยก็ได้ ตั้งอยู่ที่เมืองพรัมบานัน
ตอนกลางของเกาะชวา และอยู่ไม่ไกลจากยอกยากาตาร์มากนัก
วัดถูกสร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1340 โดยสันนิษฐานว่า
น่าจะสร้างขึ้นในสมัยของกษัตริย์ Rakai Pikatan
จากราชวงศ์ Mataram ที่ 2 หรืออาจะสร้างในสมัยกษัตริย์
Balitung Maha Samba จากราชวงศ์ Sanjaya
ได้รับความเสียหายมากในช่วงปี 2006 เพราะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ที่นี่

4 – The Shwedagon Paya (or Pagoda), Myanmar

image

พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ
เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุ
พระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น
ตามตำนาน เจดีย์ชเวดากองนั้นสร้างเมื่อง 2,500 ปีที่แล้ว
แต่นักโบราณคดีเชื่อกันว่าสร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 6-10
สร้างโดยชาวมอญ ตามตำนานนั้นเริ่มจากว่า มีสองพี่น้อง
พ่อค้า 2 คน ได้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้ามา พระองค์จึง
ประทานพระเกศามา 8 เส้น พระเจดีย์ได้ถูกทิ้งร้าง
จนมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 รัชสมัยพระเจ้าพินยาอู
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดีย์ใหม่สูง 18 เมตร
พระเจดีย์ได้ถูกซ่อมแซมมาเรื่อยมา จนมามีความสูง 98 เมตรในปัจจุบัน
บนยอดสุดของพระเจดีย์ มีเพชรอยู่ 5,448 เม็ด โดยเฉพาะ
ชั้นข้างบนสุดมีเพชรเม็ดใหญ่อยู่ 72 กะรัต และทับทิม 2,317 เม็ด

5 – Temple of Heaven : a Taoist temple in Beijing

image

หอ ฟ้าเทียนถานเป็นสถานบวงสรวงเทพยดาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง
ซึ่งยังคงรักษาไว้ในจีน ประกอบด้วยตําหนักฉีเหนียนเตี้ยน ตําหนักหวงฉงอี่
และลานหยวนชิว เป็นต้น เทียนถานตั้งอยู่ทางทิศใต้ของกรุงปักกิ่ง
มีเนื้อที่ทั้งหมด ๒๗๓ เฮกต้าร์ เป็นสถานซึ่งจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง
และราชวงศ์ชิงใช้เป็นที่บวงสรวงเทพยดา ในระยะย่างเข้าฤดูหนาว
ถึงเดือนอ้ายตามจันทรคติทุกปี พระจักรพรรดิจะเสด็จไปประกอบ
พระราชพิธีบวงสรวงที่นั่นเพื่อให้การเก็บเกี่ยวได้ผลอุดม

6 – Chion-in Temple : Kyoto, Japan

image

วัดจิออนอิน (Chion-in temple) พื้นที่ของวัดนั้ใหญ่โตอลังการ
แทรกตัวอยู่ในเขาเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นมาก
วัดนี้สร้างในปี ค.ศ. 1234 เพื่อเป็นเกียรติให้กับผู้ก่อตั้ง
ศาสนาพุทธนิกายโจโด เป็นนักบวช ชื่อว่า Honen

7 – Borobudur, Indonesia

image

บุโรพุทโธ ( Borobudur ) พุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์
ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8-9 โดยกษัตริย์ราชวงศ์ไศเลนทร
ตั้งอยู่บนเนินสูงของเกาะชวาภาคกลาง ห่างจากเมือง
ยอกยากาตาร์ ( Yogyakata ) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ประมาณ 40 กิโลเมตร ถือเป็นโบราณสถาานขนาดใหญ่
และเป็นศูนย์รวมแห่งความภาคภูมิใจของชาวอินโดนิเซีย
และชาวพุทธทุกคน ซึ่งหวังจะไปแสวงบุญสักครั้งในชีวิต
เจดีย์บุโรพุทโธรูปทรงดอกบัวนี้ก่อสร้างตามแบบศิลปะฮินดู-ชวา
หรือศิลปะชวาภาคกลางที่ผสมผสาานระหว่างอินเดียและอินโดนีเซีย
ได้อย่างกลมกลืนที่สุด บุโรพุทโธเปรียบเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

8 – The Harmandir Sahib : the Golden Temple in Punjab

image

วิ หารฮัรมันดิร ซาฮิบ หรือ วิหารทองคำ เป็นวิหารที่สำคัญที่สุด
ในศาสนาซิก ตั้งอยู่ที่เมืองอัมริตสาร์ เมืองหลวงของ
แคว้นปัญจาบ ทางภาคเหนือของประเทศอินเดีย

9 – The Temple of Srirangam
( Sri Ranganathaswamy Temple)

image

วัดนี้อยู่ในประเทศอินเดีย เมือง Tiruchirapalli
หรือ Trichy เป็นวัดของศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก

10 – Ankor Wat : the largest temple in history

image

ปราสาทนครวัด (Angkor Wat) เป็นเทวสถานฮินดูลัทธิไวษณพนิกาย
ที่นับถือพระวิษณุเป็นเทพเจ้าสูงสุด สร้างโดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2
เมื่อช่วงครึ่งแรกคริสต์ศตวรรษที่ 12 เพื่ออุทิศถวาย
แด่องค์พระวิษณุที่พระองค์เชื่อว่า เป็นร่างของพระองค์เอง
ในขณะที่ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ และหลังจากสิ้นพระชนม์ไปแล้ว
ศาสนสถานแห่งนี้ ก็จะเป็นพระราชสุสานที่พระองค์
จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับองค์พระวิษณุ

Deferring Student Loans

     

Thousands of students are tied up in financial predicaments. Without grants and scholarship money, tuition rates are oftentimes too high for students to pay out of pocket. In many cases, students turn to lender to take out a loan in hopes of graduating from college with a job that will make it easy to repay their debts. Unfortunately, the current economic recession is making job opportunities for post-graduates pretty dismal. This dilemma frequently causes recent graduates to default on their student loans.


Deferral

If you are struggling to pay back your student loans, you do have options. In order to post-pone payment on your loans, you must be one of the following:

• Enrolled in graduate school, or have been granted an internship or fellowship for continuing education

• Unable to work due to a physical disability

• Unemployed

• Undergoing financial hardships

• In the peace corps, or a similar volunteer organization

• A new parent, or working mother

• In, or recently released from, the military

Additionally, in order to be eligible for a deferment, you must be in your 6-9 month grace period following graduation, and you must not have defaulted on your loan payments.

Forbearance

If you cannot qualify for a deferment, you may pursue forbearance. In order to qualify, you must be one of the following:

• In poor health

• Suffering unforeseeable personal problems

• Unable to repay your loan within the maximum repayment term (10 years)

• Paying more than 20% of your monthly income to repay your loans

To pursue a deferral or forbearance, contact your loan provider and explain your situation. You will have to fill out extensive paperwork explaining your predicament.

Bankruptcy

If you do not qualify for either option, you may want to consider discharging your student loan through bankruptcy. While student loans are rarely relieved this way, it is possible. In order to do so, you must have the help of a qualified attorney who can convince the court that repaying your loan would cause you serious financial hardship. When evaluating a bankruptcy discharge, the court considers your income and expenses, how long your financial hardships are likely to continue, and how hard you have tried to repay your debt.

For more information about how to defer student loans, or to learn about the benefits of filing for bankruptcy, contact the West Palm Beach bankruptcy attorneys at the law office of Eric N. Klein & Associates today.

 
     
Powered by WordPress. Theme: Motion by 85ideas.